ทาสีทาฝัน..ปันรอยยิ้มให้โรงเรียน ( 22 กรกฏาคม 2550 ) ณ รร.บ้านวังกระสวย อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา


เรื่องเล่าจาก ตาหยีเล็ก

           เช้าวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2550 ตาหยีเล็ก ( ชื่อผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึง ) รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษด้วยเหตุที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ เพราะแต่ไหนแต่ ไรมาในวันหยุดเช่นนี้ เธอมักจะเลือกอยู่บนที่นอนมากกว่าจะตื่นขึ้นมาเพื่อสัมผัสกับแสงแรกของวันหรือทำอะไร

      เช้าวันอาทิตย์นี้ เธอจะเข้าไปร่วมกิจกรรม?"ทาสี" กับฝ่ายส่งเสริมการให้มูลนิธิกองทุนไทย ที่โรงเรียนบ้านวังกระสวย อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เธอเห็นว่าใกล้เข้าพรรษาแล้วเลยถือโอกาสไปทำความดีเพื่อแผ่นดินกัน ไปทำเรื่องดีๆ แก้เครียดสวนกระแสภาวะเศรษฐกิจตึงๆ การเมืองมึนๆ ไปช่วยกันทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สนุกๆ เลอะๆ ปลาบปลื้ม งดงาม และอิ่มเอมใจ

           รถบัสคันโตพาคณะคนใจดีราว 30 ชีวิตมาถึงที่หมายตอนใกล้เที่ยง โรงเรียนบ้านวังกระสวยต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มของเด็กๆ และคุณครู รวมรวมทั้งอาหารแบบบ้านๆ ที่แสนอร่อยที่มาพร้อมกับบริการชั้นยอด ในตอนแรกแต่ละคนก็ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ เพราะถามไถ่กันตั้งแต่อยู่บนรถว่าจะ กินข้าวก่อนแล้วค่อยทำงาน หรือทำงานก่อนแล้วค่อยกินดี คนอาสาทั้งหลายก็ตอบอย่างแข็งขันว่าทำงานก่อน แต่พอเห็นส้มตำ ปลานึ่่ง ต้มยำไก่ ผัดหมี่โคราช ขนมจีนน้ำยา วางอยู่ตรงหน้า ทุกคนไม่พูดพร่ำทำเพลงก้มหน้าก้มตาจัดการของที่อยู่ตรงหน้าจนหมดเกลี้ยง เรียกรอยยิ้มจากกลุ่มแม่ครัว จนแก้มปริก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงาน

            งานหลักๆ คือ ทาสีของเล่น ทาสีอาคารอนุบาล ทาสีห้องสมุด ทาสีเส้นสนามกีฬา เสาธง และพระพุทธรูป อาสาสมัครราว 40 คน ที่มีทั้งครู ชาวบ้าน และเด็กๆ ตั้งแต่อายุ 2 ขวบกว่าเรื่อยไปจนถึงสี่สิบกว่าห้าสิบ กระจายกันทำงาน ขูดๆ ขัดๆ ถูๆ แข่งกับเวลาที่มีอยู่น้อยนิด เพราะตั้งใจว่าบ่ายสี่โมงเราจะส่งมอบโรงเรียนสีสวยกัน

            งานนี้คงเป็นการทาสีครั้งแรกของหลายๆ คนโดยเฉพาะอาสาตัวจิ๋วของเรา น้องหมึก ( 4 ขวบ ), น้องวิน ( 3 ขวบ ) น้องทิน ( 2 ขวบ ) และน้องแอ๊ด ( 7 ขวบ ) คุณแม่ของน้องๆ คงกลุ้มใจเป็นพิเศษ เพราะแต่ละคนดูจะกล้าเลอะเทอะกันอย่างสุดความสามารถบนจินตนาการที่ไร้ขีด จำกัด นอกจากทาสีของเล่นแล้ว อาสาตัวน้อยยังสร้างศิลปะบนตัวเอง ทั้งมือ หน้า หัว หู และเส้นผม ในสีสันเดียวกับของเล่น

            สนามเด็กเล่นถูกแปลงโฉมใหม่ จนคุณครูถึงกับเอ่ยปากว่าจะติดประกาศห้ามเล่นเพราะกลัวสีสวยจะถลอก ชิงช้าตัวเก่งถูกแต่มด้วยสีฟ้าและขาว ม้าหมุนเปลี่ยนโฉมด้วยสีฟ้า และสีเขียว กระดานลื่นสดใสด้วยสีฟ้าเหลือง และอีกสารพัดสีที่รวมๆ ออกมาแล้วสวยเหมือนสีลูกกวาด ถ้าน้องๆ โรงเรียนบ้านวังกระสวยมาเห็นในเช้าวันจันทร์คงต้องตกตะลึงเป็นแน่ว่าใครเอาของใหม่มาให้ ความดีนี้ต้องยกให้กับอาสาสมัครทุกคนที่มาช่วยกัน แต่งแต้มเติมสีให้เหมือนใหม่

            ตลอดช่วงบ่ายแม้จะระอุไปด้วยความร้อนจากแสงแดด แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับกลุ่มทาสีเส้นสนามที่พร้อมจะเกรียม คล้ำ และดำขำ สี เหลือง ช่วยให้สนามวอลเล่ย์บอลและเซปักตะกร้อดูเด่นชัดขึ้น ถัดมาคือ ฐานเสาธงสีชมพู ซึ่งถ้ามีเวลามากกว่านี้ คงต้องมีใครสักคนปีนขึ้นไปทาสี ชมพูจนสุดยอดเสาเป็นแน่ เพราะขนาดพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ใกล้ๆ ท่านยังได้มีใหม่ที่เหลืองสดงดงามตามไปด้วยเติมสีให้เหมือนใหม่

             งานทาสีอาคารทั้งสองหลังเราตกลงแกมบังคับว่า ข้างในจะทาสีขาว ส่วนข้างนอกจะทาสีชมพู ดีที่มีไม้ไผ่ยาวมาช่วยชีวิตในการต่อด้ามลูกกลิ้งทา สีและได้แรงงานจากผู้ชายมาช่วยทาในที่สูงๆ ส่วนแรงงานหญิงสร้างชาติอย่างเราอาละวาดไปทั่ว จากทีแรกทาสีชมพูที่อาคารอนุบาล ก็ลามมาทาสี ห้องสมุด แล้วก็รีบกลับมาทาสีภายในห้องอนุบาล กลิ้งไปก็กลิ้งมาทั้งคนทั้งลูกกลิ้ง

            เวลาเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เผลอแผล็บเดียวใกล้จะ 4 โมงเย็นแล้ว ตอนแบ่งงานครั้งแระดูเหมือนงานจะน้อย แต่พอเอาเข้าจริงงานไม่ง่าย อย่างที่คิด ตลอด 4 ชั้วโมง อาสาสมัครแทบไม่ได้พักเหนื่อย เห็นความตั้งใจและความคิดสร้างของแต่ละคนแล้ว อยากจะต่อเวลาออกไป แต่ก็คาดว่า ถ้ามีเวลามากกว่านี้ ทั้งโรงเรียนคงจะถูกเนรมิตให้เป็นสีชมพู ( เชอร์รี่บลอสซั่ม ) หวานๆ ท่ามกลาง ท่มกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นเป็นแน่

             ต้องขอขอบคุณอาสาสมัคร คุณครู เด็กนักเรียน และทีมงานทุกคนที่ไปทำความดีร่วมกันในครั้งนี้ ตอนส่งมอบงานให้กับโรงเรียนรู้สึกสุขใจจริงๆ แม้สิ่งที่ทำจะไม่ใช่อะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นอะไรที่ทำด้วยใจ ยิ่งเวลาเห็นรอยยิ้มของน้องๆ และคุณครูแล้วความเหน็ดเหนื่อยที่เกิดขึ้นแทบมลายหาย เป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว

            ที่สำคัญจะลืมไม่ได้เลยก็คือ คำขอบคุณถึงผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่ช่วยสนับสนุนให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ถึงบางคนจะมาร่วมกิจกรรมไม่ได้ แต่ก็ ส่งใจที่เกินร้อยมาให้แทน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราทุกคนจะได้มาร่วมกันก่อการดีเช่นนี้อย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคตด้วยเทอญ...สาธุ

             ปล. รู้ไหมว่าความดีจาก "การให้" ของทุกคนในครั้งนี้ จะถูกบันทึกไว้ในโครงการ "8 ล้านการให้ 8 พันโครงการ 8 พันวันลา" เฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดยศูนย์ส่งเสริมการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม สำนักปลัดกระทรวง กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้วยนะ